ตัวช่วยที่จะทำให้เข้าใจตัวตนของผู้สมัครตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งาน「HCi-AS」

แค่สัมภาษณ์นั้นจะเพียงพอจริงหรือ?

เพียงแค่ 10 นาที ก็จะทำให้รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของผู้มาสัมภาษณ์
แค่เพียงสิ่งนี้นั้นจะทำให้คุณสามารถวางตำแหน่งที่เหมาะสมของพนักงานตั้งแต่เข้าบริษัท จนถึงแผนการสอนงานและลำดับสายงานที่เหมาะสมได้

เป้าหมายของแบบทดสอบนี้คือการทำความเข้าใจแต่ละบุคคลตั้งแต่ตอนมาสัมภาษณ์

โดยการวัดความสามารถในการทำงาน
(1.ความมุ่งมั่นในเป้าหมาย 2.มนุษยสัมพันธ์ 3.ความเป็นตัวของตัวเอง)
และจะทำการรายงานผลว่าผู้มาสัมภาษณ์นั้นเหมาะกับธุรกิจของท่านหรือไม่

【ในปัจจุบัน】
ความยากของการสัมภาษณ์เพื่อรับคนเข้าทำงานนั้น… จริงอยู่ที่ว่า “ถ้าได้เจอตัวจริงก็จะรู้ถึงคนๆนั้น” แต่ความแม่นยำของการสัมภาษณ์โดยทั่วไปแล้วมีความแม่นยำเพียง 60% อีก30%เราจะยังไม่สามารถอ่านอีกฝ่ายได้ขาด แต่ก็ต้องยอมรับเข้าทำงานเพราะความต้องการบุคคลากร

【ตัวอย่างหัวข้อที่ใช้ตอนสัมภาษณ์】
• การรู้ถึงข้อดีและข้อเสียของผู้มาสัมภาษณ์
• การรู้ว่าผู้มาสัมภาษณ์สามารถที่จะเข้ากับองค์กรได้หรือไม่
• การรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของคนไทยที่มักไม่แสดงออก
• การวางตำแหน่งที่เหมาะสมกับศักยภาพของผู้มาสัมภาษณ์

บ่อยครั้งที่หัวข้อเหล่านี้กลายเป็นการตัดสินแบบใช้ความรู้สึกหรือตัดสินตามสถานการณ์นั้นๆ ในบริษัทยังคงมีบุคคลากรอยู่ก็จริง แต่การหาบุคคลากรใหม่มาทดแทนในอนาคตก็เป็นสิ่งจำเป็น

【กล่าวอย่างเป็นรูปธรรมคือ】
จัดเตรียมคำถามที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน ตรวจเช็คทีละหัวข้อ
สามารถถามคำถามเพื่อประเมินการจัดวางให้คนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ณ ที่สัมภาษณ์ได้
เพียงแค่การสัมภาษณ์(โดยใช้แบบทดสอบ HCi-AS) ก็จะทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียซึ่งยากที่จะมองออกของผู้มาสัมภาษณ์และ “สรุปผล” ได้อย่างง่ายดาย

【เบื้องหลังของการสัมภาษณ์คนเข้าทำงาน】
⇒เคยถูกสัมภาษณ์แต่ไม่เคยดูหรือสังเกตุการณ์ผู้อื่นขณะถูกสัมภาษณ์
⇒ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจนในการสัมภาษณ์คนเข้าทำงาน แต่ละครั้งจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ในขณะนั้น
⇒จุดสำคัญในการอบรมพนักงานยังไม่ชัดเจน

【แบบทดสอบ HCi-AS คืออะไร?】
สามารถคาดเดาตัวตนของผู้มาสัมภาษณ์ขณะสัมภาษณ์ได้
สร้างมาตรฐานของการรับบุคคลเข้าทำงาน
จัดวางตำแหน่งพนักงานให้เหมาะสมโดยใช้ทฤษฎี
ชี้แนะจุดสำคัญในการอบรมพนักงานหลังผ่านช่วงทดลองงาน

【เงื่อนไขที่บริษัทต้องการ】
สามารถทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆของผู้มาสัมภาษณ์ด้วยมุมมองที่เป็นกลาง เช่น [รูปแบบพฤติกรรม] [วิธีการจัดการกับปัญหา] [จุดสำคัญของการอบรมพนักงาน] [ปัจจัยของแต่ละบุคคล] [สภาวะทางจิต] เป็นต้น

*แบบทดสอบมีให้เลือกทั้ง ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น*

1.สรุปผล

เมื่อเข้าสู่สรุปผลจะมีผลการตัดสินแสดงขึ้นมาให้เห็นดังนี้

(1)ควรจะรับคนนี้เข้ามาทำงานเป็นอย่างมาก
(2)จะรับเข้ามาทำงานก็ได้
(3)ถ้ามีตำแหน่งที่เหมาะสมก็จะรับเข้ามาทำงาน
(4)หลีกเลี่ยงรับคนนี้เข้ามาทำงาน
(5)พิจารณาหลังเรียกสัมภาษณ์อีกครั้ง

บทสรุปสนับสนุนนี้ ได้มาจากการตกผลึกของประเด็นใหญ่ 3 หัวข้อด้วยกันคือ1พลังของความมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมาย2 ทิศทางขององค์กร3ความเป็นตัวของตัวเอง แล้วประเมินตัดสินว่าบุคคลนี้ จะเป็นบุคคลกรที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรหรือไม่
ผลการประเมินทั้ง5ข้อนั้นไม่ใช่การจัดลำดับ โดยเฉพาะของในกรณีข้อ5 การพิจารณาหลังจากเรียกสัมภาษณ์อีกครั้งนั้น โดยกว่าร้อยละ 60 ของคนที่มาสัมภาษณ์จะถูกจัดในหัวข้อนี้ จากมุมมองของการบรรลุเป้าผลประกอบการก็จะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย นี่จึงเป็นกรณีที่ต้องให้ทางบริษัทเป็นผู้ตัดสินใจเอง

3.สนับสนุนการจัดคนให้ถูกที่ถูกตำแหน่ง

ขออธิบายการจัดความเหมาะสมของบุคคลกรหลังรับเข้ามาทำงานแล้วตามหัวข้อดังต่อไปนี้

(1)การประเมินเพื่อจัดตำแหน่งที่เหมาะสม
ทำการคาดการณ์เพื่อประเมินความเหมาะสมของการจัดตำแหน่งงานให้สอดคล้องกับชนิดของงาน ชนิดของงานนั้นมีการแบ่งจำแนกดังต่อไปนี้
งานค้นคว้าวิจัยเฉพาะทาง งานทางเทคนิค งานเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ งานเกี่ยวข้องกับผู้คน งานที่ต้องตอบสนองกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดรวม 6 ชนิด
(2)การคาดการณ์กำลังพลจะกำหนดโดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อคือ กำลังช่วงแรกของบุคคล
ระดับการเจริญเติบโต(คาดการณ์ความเป็นไปได้ที่จะสร้างเป็นผู้บริหาร) กำลังขององค์กร (ทีมเวิร์ค)

2.ข้อที่ต้องตรวจสอบในขณะสัมภาษณ์

ในที่นี้จะเน้นหัวข้อที่จำเป็นต้องระวังและสังเกตุด้วยกัน2 ข้อในขณะที่สัมภาษณ์
วิธีในการสัมภาษณ์อาจจะมีต่างๆนาๆ แต่ถ้าได้มีหัวข้อที่กล่าวถึงนี้เป็นที่อ้างอิงก่อนแล้วก็จะทำให้สามารถเตรียมคำถามที่เหมาะกับบุคคลิกนิสัยใจคอเฉพาะตนของผู้ถูกสัมภาษณ์แต่ละคนได้

4.สภาวะทางจิต

ส่วนใหญ่มักจะระบุว่า “ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ”
แต่ถ้าในช่องนี้มีกรอกข้อมูลใดๆขึ้นมาก็จะต้องระวังเป็นพิเศษ
บางคนไม่ค่อยมีความอดทนต่อความเครียด ในบางกรณีอาจถึงขั้นเป็นโรคชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว

“คุณสมบัติของHCI-AS” และ”ข้อดีสำหรับบริษัทของท่าน”

1. มีเอกสารการรายงานผล

มีการแสดงผลการทดสอบอย่างชัดเจน, ลักษณะนิสัยของพนักงาน นอกจากนั้น ยังสามารถจับความต้องการที่จะทำงานหลังจากรับเข้าทำงานแล้วได้อีกด้วย

2. คำถามที่ใช้นั้นบังคับให้ตอบตามความจริง

ปกติแล้วคนที่เข้าทดสอบ โดยเฉพาะการสมัครงานนั้นจะไม่ค่อยอยากตอบตรงความเป็นจริงเท่าไหร่
ดังนั้นแทนที่จะใช้คำถามที่ไม่สามารถตอบได้ตายตัว แต่ใช่เป็นคำถามที่ต้องตอบด้วยตัวเลือก “ใช่” หรือ “ไม่” หรือ “ดี” “ไม่ดี”

3. ใช้ระยะเวลาไม่นาน

เพราะใช้เวลาเพียง10นาที จึงไม่ทำให้ผู้เข้ารับการทดสอบ เหนื่อย หรืออยากจะตอบอย่างไม่ตรงความจริง

4. สามารถประเมินด้านจิตวิทยาได้

สามารถดูได้ว่าผู้ทดสอบสามารถรับความกดดันได้มากหรือน้อย โดยจะมีการเขียนสรุปไว้อย่างละเอียด

5. มีความแม่นยำมากกว่า80%

จากผลสำรวจทั้งหมดนั้นพบว่ามีประมาณ 45-60% ที่บอกว่าผลการทดสอบนั้นถูกต้อง (มีผู้บอกว่าตรงเป็นจำนวน 4-6 คนจากผู้สอบ 10คน)
แต่หากดูจากผลHCI-Asภายในประเทศญี่ปุ่นที่มีมา 29ปี (และในประเทศจีน19ปี) นั้นตรงถึง 80%

©2019 A-Cast (Thailand) Co., Ltd

Log in with your credentials

Forgot your details?