ทางเราได้ร่วมทีมกับคุณนาวีให้เป็นที่ปรึกษาบริษัท

Share on LinkedIn
LINEで送る

อดีตผู้ตรวจสอบการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ซัพพอร์ทธุรกิจของลูกค้าด้วยความรู้หลากหลายด้าน

 

ที่ปรึกษาด้านการจัดการธุรกิจ
คุณนาวี รัตนพร
Mr.Navee Rattanaporn

\"\"

 

อดีตเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทย ก้าวไปสู่การเป็นที่ปรึกษาอิสระด้านธุรกิจและการเงิน

 

Q.  ช่วยเล่าถึงประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาหน่อยครับ

 หลังจากที่จบปริญญาตรีที่คณะบัญชีฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี1975 ได้เข้าทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบการเงินของสถาบันการเงินเอกชน และเป็นคนพิจารณาตรวจสอบเรื่องการให้เครดิต หลังจากนั้นได้เกิดจุดเปลี่ยนในช่วงปลายปี 80 ในยุคนั้นมีบริษัทการเงินหลายบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ในตอนนั้นผมได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่บริษัทสินเชื่อเอกชนแห่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวกลับมา โดยได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเป็นMD.

 

ซึ่งในช่วงปี 85 จากการที่กลุ่มG5 ทำข้อตกลงพลาซ่าที่ตกลงกันลดค่าเงินดอลล่าร์ ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไปด้วย โดยสถาบันการเงินหลายแห่งประสบปัญหาหนัก จนสุดท้ายบริษัทที่ผมดำรงตำแหน่งเป็นMD.ก็ต้องปิดกิจการไป

Q.  ได้ผ่านช่วงเวลาที่ลำบากมากเลยนะครับ หลังจากนั้นเป็นยังไงต่อครับ?

 หลังจากที่ผมเรียนจบMBAที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 88 ผมก็เริ่มผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาอิสระด้านการเงินตั้งแต่ปี91 โดยใช้ประสบการณ์และทักษะที่มีทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ ตั้งแต่ที่ผมผันตัวเป็นที่ปรึกษาฯแล้ว ที่ผ่านมาผมได้มีให้คำปรึกษาหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารบริษัท ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเรื่องแรงงาน ซึ่งมีให้คำปรึกษากับบริษัทญี่ปุ่นอยู่เยอะด้วยเช่นกัน เนื่องจากในยุคนั้นเป็นยุคที่กลุ่มธุรกิจญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนที่ประเทศไทยอยู่เป็นจำนวนมาก

ให้คำแนะนำความรู้ด้านการจัดการองค์กรให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย

Q. ส่วนมากบริษัทญี่ปุ่นจะขอคำปรึกษาในเรื่องไหน?

ส่วนมากจะขอคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาด้านความแตกต่างของวัฒนธรรมญี่ปุ่นและไทย เนื่องจากว่าบริษัทกลุ่มอุตสาหกรรมญี่ปุ่นมีความจำเป็นที่จะต้องนำเทคโนโลยีและระบบการบริหารงานแบบญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้มีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำเอาระบบของญี่ปุ่นมาใช้ เนื่องด้วยความแตกต่างด้านระบบและวัฒนธรรม
ทางผมจึงได้วิธีการปรับระบบให้เข้ากับสไตล์คนไทย เช่นว่า แนะนำวิธีการประสานงานกับพนักงานคนไทย เพื่อให้ไม่เกิดความขัดแย้ง และเพื่อให้พนักงานอยากทำงานอยู่กับบริษัทในระยะยาว ซึ่งผมก็ได้มีแนะนำวิธีการทำคู่มือพนักงานไปให้ด้วย

Q.  ช่วยยกตัวอย่างเคสที่ซับซ้อนหน่อยครับ

 เคสที่ซับซ้อนที่ผมจำได้ดีคือเคสลูกค้าที่เป็นบริษัทประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ที่จะมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิต โดยในบริษัทจะมีผู้จัดการคนไทยที่ทำงานกับบริษัทมานานกว่าหัวหน้าชาวญี่ปุ่นที่ถูกส่งมาจากบริษัทแม่(Expat) ซึ่งพอหัวหน้าชาวญี่ปุ่นได้เช็คดูประวัติการสั่งซื้อวัตถุดิบแล้วปรากฎว่าราคาวัตถุดิบที่สั่งซื้อมาราคาค่อนข้างแพง อีกทั้งคนที่มีอำนาจอนุมัติการสั่งซื้อก็คือผู้จัดการคนไทย ทางหัวหน้าชาวญี่ปุ่นจึงตกใจเป็นอย่างมาก จึงได้ออกคำสั่งให้เปลี่ยนซัพพลายเยอร์
ที่ผ่านมาระบบการเซ็นต์อนุมัติของบริษัทนี้เป็นแบบที่ผู้จัดการคนไทยมีอำนาจอนุมัติเพียงท่านเดียว ซึ่งถือเป็นปัญหาอย่างมากแต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เนื่องจากว่าหัวหน้าชาวญี่ปุ่นต้องกลับญี่ปุ่นตามกำหนด และไม่ได้มีการสานต่อให้กับหัวหน้าชาวญี่ปุ่นคนใหม่ที่มารับหน้าที่ต่อ ทำให้ปัญหานี้จึงไม่ได้รับการแก้ไข
ผมจึงได้แนะนำไปว่าควรจะเปลี่ยนระบบการเซ็นต์อนุมัติไม่ให้ผูกขาดอยู่แค่คนเดียว จึงได้แนะนำให้เปลี่ยนระบบเป็นการเซ็นต์อนุมัติหลายขั้น

Q. ช่วยพูดถึงความสัมพันธ์กับบริษัทเอแคสท์หน่อยครับ

ผมได้รู้จักกับคุณโอคาดะ(ผู้บริหารของบริษัทเอแคสท์)ตั้งแต่ผมผันตัวเป็นที่ปรึกษาฯอิสระ คุณโอคาดะเป็นคนที่ขยัน, ทุ่มเทและจริงจัง ทุกครั้งที่ผมติดต่อไปไม่ว่าจะทางอีเมล์หรือโทรศัพท์ เขาจะฟีตแบ็คกลับมาเร็วทุกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์ที่สามารถพึ่งพาได้ทุกเรื่อง
คุณโอคาดะก็จะมีขอคำปรึกษาเกี่ยวกับเคสของลูกค้าอยู่เป็นระยะๆซึ่งก็จะมีประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องการสานสัมพันธ์กับพนักงานคนไทยและความแตกต่างทางวัฒนธรรม นอกจากนี้เราก็มีการซัพพอร์ทซึ่งกันและกันอยู่ตลอด เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาตลอด

พาร์ทเนอร์ที่สามารถพึ่งพาได้ทุกเรื่อง

Q. ช่วยพูดถึงความสัมพันธ์กับบริษัทเอแคสท์หน่อยครับ

ผมได้รู้จักกับคุณโอคาดะ(ผู้บริหารของบริษัทเอแคสท์)ตั้งแต่ผมผันตัวเป็นที่ปรึกษาฯอิสระ คุณโอคาดะเป็นคนที่ขยัน, ทุ่มเทและจริงจัง ทุกครั้งที่ผมติดต่อไปไม่ว่าจะทางอีเมล์หรือโทรศัพท์ เขาจะฟีตแบ็คกลับมาเร็วทุกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์ที่สามารถพึ่งพาได้ทุกเรื่อง
คุณโอคาดะก็จะมีขอคำปรึกษาเกี่ยวกับเคสของลูกค้าอยู่เป็นระยะๆซึ่งก็จะมีประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องการสานสัมพันธ์กับพนักงานคนไทยและความแตกต่างทางวัฒนธรรม นอกจากนี้เราก็มีการซัพพอร์ทซึ่งกันและกันอยู่ตลอด เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาตลอด

 


เกี่ยวกับบริษัทDiscovery Future

บริหารงานโดยคุณนาวี รัตนพร อายุ66 ปี จบปริญญาตรีจากคณะบัญชีฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบMBAจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีประสบการณ์ทำงานและมีความรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจสอบการเงินแห่งธนาคารแห่งประเทศไทยมายาวนาน และการบริหารธุรกิจด้วยตัวเอง ที่เริ่มต้นจากการร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่น และได้ซื้อกิจการมาบริหารเองในภายหลัง อีกทั้งยังได้เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทไทยและญี่ปุ่นหลายแห่ง

ผู้แทนบริษัท:Mr.Navee Rattanaporn
ที่ตั้ง:585-587 Soi Ladprao 62, Ladprao Road, Wangtonglang, Bangkok 10310 Thailand
เบอร์โทรศัพท์:02-933-6155-7
เบอร์แฟกซ์:02-933-6158


A-CAST (Thailand) Co., Ltd.について

\"A-Cast-new-banner\"

当社 A-Cast (Thailand) Co., Ltd は、お客様の「本業に集中するにはどうすればよいか?」という課題に対して総務・営業業務・購買・経理といった側面からお客様の業務効率が格段に向上するようサポートいたします。さらに事業運営上のキーである人材確保のお手伝いとして、採用支援に関する様々なソリューションの提供や人材の提案までも行う戦略的BPOパートナーです。間接業務の煩雑さを解消することにご関心はございますか?ぜひ一度意見交換をいたしましょう。

代表者: 岡田 敬
Address: 32/29 Sino-Thai Tower 8F, Sukhumvit 21 Road. (Asoke), Klongtoey-Nua, Wattana, Bangkok 10110
Tel +66(0)2-259-5113
Fax +66(0)2-259-3742
URL: http://163.44.198.42/~cp542733/a-cast.co.th/

意見交換をご希望の場合はこちらから

Share on LinkedIn
LINEで送る

©2020 A-Cast (Thailand) Co., Ltd

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?